Skip to content

4 แนวทางจัดการห้องน้ำ ห้องส้วม อ่างแปรงฟันล้างมือให้สะอาดและปลอดภัย

สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นเหมือนโลกใบเล็กที่แสนน่าตื่นเต้นสำหรับเด็ก ๆ เพราะเต็มไปด้วยพื้นที่การสำรวจและการเรียนรู้มากมาย ห้องน้ำที่ใช้สำหรับอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ห้องส้วมซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับขับถ่าย และพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือของเด็กๆ อาจดูเหมือนเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ แต่ก็สำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นที่ที่เด็กทุกคนต้องใช้ทำกิจกรรมส่วนตัวทุกวันแล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับฝึกความรับผิดชอบ และฝึกการดูแลตัวเองให้เด็ก ๆ อีกด้วย

หากย้อนไปประมาณเกือบสิบที่แล้ว การจัดการห้องน้ำ ห้องส้วมในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอาจยังไม่ได้รับความใส่ใจมากนัก โดยสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ในปีพ.ศ. 2556 ศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนที่มีประมาณ 17,000-18,000 แห่งทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งยังละเลยเรื่องการเลือกใช้สุขภัณฑ์ในห้องน้ำให้เหมาะสำหรับเด็ก และยังบกพร่องในเรื่องความสะอาด ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตราย หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็ก ๆ ได้ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2556) ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการผลักดันให้ผู้เกี่ยวข้องเล็งเห็นถึงความสำคัญและพัฒนาปรับปรุงเรื่อยมา

บทความนี้จะกล่าวถึงวิธีการจัดการห้องน้ำ ห้องส้วม และพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปพัฒนา ปรับใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กๆ ต่อไป

แนวทางจัดการห้องอาบน้ำ ห้องส้วม พื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือให้สะอาดและปลอดภัย

แม้ว่าการอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างมือ และการขับถ่ายจะเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่เด็ก ๆ รู้จักเป็นอย่างดี และมักได้รับการฝึกฝนมาจากบ้าน แต่หากผู้ดูแลสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยไม่ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการบริหารดูแล ก็อาจทำให้เกิดอันตรายทั้งจากอุบัติเหตุและเชื้อโรคที่มองไม่เห็น การจัดการห้องน้ำ ห้องส้วม รวมถึงพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เหมาะสมและปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังต่อไปนี้

  1. จัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนอย่างเหมาะสม มีป้ายกำกับชัดเจน และเข้าใจง่าย

สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรจัดสรรพื้นที่ให้ห้องน้ำ ห้องส้วม และพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือแยกออกจากกันอย่างชัดเจน โดยมีการแยกพื้นที่แห้งและเปียกอย่างเป็นสัดส่วน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะเชื้อราและแบคทีเรียซึ่งมักเติบโตได้ดีในบริเวณอับชื้น นอกจากนี้ ควรจัดให้มีห้องส้วมแยกชาย–หญิง เพื่อปูพื้นฐานให้เด็ก ๆ คุ้นเคยกับการใช้ห้องน้ำแบบแยกเพศ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่สำคัญ และจัดให้ห้องส้วมของเด็กแยกออกจากห้องส้วมของผู้ใหญ่ด้วย

ทั้งนี้ การจัดสรรพื้นที่ต้องอยู่บนเงื่อนไขว่า ครูต้องสามารถมองเห็นและเข้าถึงตัวเด็กได้ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย และต้องมีป้ายกำกับชัดเจน เข้าใจง่ายสำหรับเด็ก เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถใช้งานได้เองอย่างสะดวกและปลอดภัย

2. จัดห้องน้ำ ห้องส้วม และพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือให้มีแสงสว่าง อากาศถ่ายเท ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ

ห้องน้ำ ห้องส้วม และพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรมีแสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค และช่วยให้เด็ก ๆ ใช้งานได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ต้องไม่มีคราบสกปรก ไม่มีน้ำขัง ไม่ปล่อยให้พื้นเฉอะแฉะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งปฏิกูลหรือเศษอาหารที่ตกค้าง และควรหมั่นสังเกต ตรวจสอบ ดูแลอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน ไม่ให้ชำรุด หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กได้

3. เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสำหรับเด็กและมีจำนวนเพียงพอ

การเลือกสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำต้องเลือกให้เหมาะสำหรับเด็ก โดยโถส้วมต้องมีขนาดพอเหมาะกับตัวเด็ก นั่งได้มั่นคง ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป หรือมีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับการใช้งานของเด็ก เช่น เพิ่มที่รองนั่งสำหรับเด็กบนโถส้วม เพิ่มบันไดให้เด็กก้าวขึ้นนั่งบนโถส้วมและนั่งโดยเท้าไม่ลอยได้ จำนวนโถส้วมต้องเพียงพอต่อการใช้งาน โดยเฉลี่ยอย่างน้อย 1 โถ ต่อเด็ก 10 คน ภายในห้องส้วมต้องมีราวจับหรืออุปกรณ์ที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์กันลื่น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุไม่คาดฝัน

สำหรับบริเวณพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือ ควรติดตั้งอ่างที่มีลักษณะโค้งมน ไม่มีเหลี่ยมมุมที่ก่อให้เกิดอันตราย โดยติดตั้งให้อยู่ในระดับที่เหมาะกับตัวเด็ก กล่าวคือ อ่างล้างมือสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบ ควรมีความกว้างประมาณ 20-30 เซนติเมตร และสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ส่วนอ่างล้างมือสำหรับเด็กอายุ 4-5 ขวบ ควรมีความกว้างประมาณ 25-35 เซนติเมตร สูงประมาณ 40-55 เซนติเมตร (ยูนิเซฟ, 2562) จำนวนก๊อกน้ำต้องมีเพียงพอต่อจำนวนเด็ก อย่างน้อย 1 ก๊อก ต่อเด็ก 10 คน และอยู่ในสภาพดี ไม่ชำรุด หรือมีถังสะอาดใส่น้ำและภาชนะกลางใช้ตักน้ำจากถังใส่แก้วให้เด็ก ๆ อย่างถูกสุขลักษณะ รวมทั้งต้องมีสบู่หรือน้ำยาล้างมือสำหรับเด็กเพื่อสุขอนามัยที่ดี

นอกจากนี้ พื้นที่แปรงฟันควรมีกระจกหลังอ่าง เพราะสามารถใช้สอนเด็กแปรงฟันได้ง่าย และยังกระตุ้นให้เด็กแปรงฟันได้นานขึ้นด้วย

4. วางมาตรการรักษาความสะอาดอย่างเป็นระบบ

ความสะอาดถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขอนามัยแล้ว ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ และพฤติกรรมการใช้ห้องน้ำ ห้องส้วม พื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือของเด็กอีกด้วย ผู้ดูแลสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงควรจัดให้มีการทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วม และพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำวันเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และมีแบบบันทึกตารางการทำความสะอาดอย่างชัดเจน ควรเก็บขยะไปกำจัดอย่างถูกต้องทุกวัน และทำความสะอาดถังขยะอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สำหรับอุปกรณ์ทำสะอาด เช่น ไม้ถูพื้น ผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาด น้ำยาทำความสะอาดหรือเคมีภัณฑ์ต่างๆ ควรได้มาตรฐาน จัดสรรไว้อย่างครบถ้วน เพียงพอ และจัดวางไว้ในที่ปลอดภัย พ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายได้

การดูแลจัดการห้องน้ำ ห้องส้วม พื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่ส่งเสริมสุขอนามัยและความปลอดภัยของเด็กเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงด้านพฤติกรรม สุขภาพ และความรับผิดชอบต่อตนเองในระยะยาวให้กับเด็กได้อีกด้วย ทั้งนี้ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรจัดกิจกรรมให้ความรู้ ฝึกฝนให้เด็กๆ สามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมตามวัย โดยสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกฝนสุขอนามัยให้เด็กๆ เพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ เช่น สื่อภาพ การรักษาความสะอาดของเด็กวัยเรียนด้วยการล้างมือ 7 ขั้นตอนพิชิตโรคจากสื่อมัลติมีเดียของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข การจัดกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จาก คู่มือแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย โดย กองทันตสาธารณะสุข (หน้า 27-35)

นอกจากนี้ ผู้ดูแลสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรหมั่นสังเกตและตรวจสอบห้องน้ำ ห้องส้วม และพื้นที่แปรงฟัน/ล้างมือในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยภายใต้การกำกับดูแลของตนให้สะอาด ปลอดภัย ใช้การได้อยู่เสมอ เพื่อให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมสุขภาวะของเด็กในทุกมิติอย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง:

กองทันตสาธารณสุข กระทรวงอนามัย. (2550). แนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การส่งเคราะห์ทหารผ่านศึก

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.  (2562).  มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ.  กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงสาธารณสุข. (2562). ยูนิเซฟ. (2562). การรักษาความสะอาดของเด็กวัยเรียนด้วยการล้างมือ 7 ขั้นตอนพิชิตโรค. สืบค้นเมื่อ 30 เมษายน 2568 https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/hygiene-for-kids/

ยูนิเซฟ. (2562). แนวทางการจัดอาหาร บริบาลน้ำ และสร้างสุขภาวะที่ดีในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามมาตรฐานสถาน-พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ. 2562. https://www.unicef.org/thailand/media/2691/file/UNICEF%20Nutrition%20and%20Hygiene%20Guideline%202019.pdf)

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย.  (2566). มาตรฐานห้องน้ำสำหรับเด็กปฐมวัย.  https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1378/iid/221450

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.  (2556).  หนุนเด็กใช้ส้วมมาตรฐาน. https://www.thaihealth.or.th/?p=278391

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ