Skip to content

แนวทางการจัดประสบการณ์เรียนรู้ เพื่อสร้างเด็กปฐมวัยให้เป็นนักคิด

ทักษะการคิดและจินตนาการเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กปฐมวัย “การคิด” เป็นความสามารถสำคัญของมนุษย์ที่เกิดจากการทำงานของสมอง และเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ผู้ที่มีความสามารถในการคิดจะสามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งสามารถพัฒนาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ทิศนา แขมมณี, ม.ป.ป.) ส่วน “จินตนาการ” หมายถึงความสามารถในการสร้างภาพหรือเรื่องราวขึ้นในจิตใจ (ราชบัณฑิตยสถาน, 2554) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา “ความคิดสร้างสรรค์” ของบุคคล โดยความคิดสร้างสรรค์นั้น หมายถึงความสามารถในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในมุมมองใหม่ และการเชื่อมโยงความรู้หรือประสบการณ์เดิมกับแนวคิดใหม่ จนนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งที่มีความแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2550) ความคิดสร้างสรรค์มีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้แก่เด็ก (ประสิทธิรักษ์ เจริญผล, 2547) อีกทั้งยังเป็นทักษะสำคัญในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วยให้บุคคลสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม เกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และมีแนวทางในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย (ศิริธร สุตตานนท์, 2566)

ด้วยเหตุนี้ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทักษะการคิดและจินตนาการของเด็ก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเด็กให้เติบโตเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่ม สามารถเรียนรู้และปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การพัฒนาของเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และบุคลิกภาพ

แนวทางการส่งเสริมทักษะการคิดและจินตนาการของเด็ก

1. มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมทักษะการคิดและจินตนาการของเด็ก

สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาทักษะการคิดและจินตนาการของเด็ก โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติ คิดค้น ทดลอง และแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง ตัวอย่างกิจกรรม เช่น

  • เกมต่อจิ๊กซอว์ เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทักษะการคิดของเด็ก โดยเด็กจะได้ตั้งเป้าหมายในการต่อภาพให้สมบูรณ์ พร้อมทั้งพิจารณาลักษณะ สี รูปร่าง และลวดลายของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น เพื่อวิเคราะห์และเลือกชิ้นส่วนที่เหมาะสมในการประกอบภาพ เด็กจะได้ฝึกคิดเปรียบเทียบ ทดลองวางชิ้นส่วน และสังเกตผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หากชิ้นส่วนไม่สามารถประกอบเข้ากันได้ เด็กจะได้ทบทวนและปรับเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อหาทางเลือกใหม่ ซึ่งช่วยส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลและความยืดหยุ่นทางความคิดของเด็ก
  • กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ช่วยส่งเสริมจินตนาการของเด็ก และต่อยอดเป็นความคิดสร้างสรรค์ โดยเด็กจะได้สังเกตสิ่งรอบตัวและนำประสบการณ์ของตนเองมาใช้เป็นแนวคิดในการสร้างผลงาน พร้อมทั้งคิดวิธีเลือกสี วัสดุ และวิธีการถ่ายทอดความคิดของตนเองผ่านงานศิลปะ เด็กจะได้ทดลอง ลงมือทำ และปรับแก้ผลงานตามความต้องการ ซึ่งช่วยส่งเสริมทักษะการคิดอย่างยืดหยุ่น ความกล้าในการทดลอง และการแสดงออกทางจินตนาการอย่างเป็นธรรมชาติ
  • การเล่นบทบาทสมมติ เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมจินตนาการของเด็ก โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้สร้างเรื่องราว สถานการณ์ และบทบาทต่าง ๆ จากประสบการณ์และความคิดของตนเอง เด็กจะได้จินตนาการถึงบทบาทหน้าที่ ความสัมพันธ์ และเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน การเล่นบทบาทสมมติยังช่วยส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา เมื่อเกิดสถานการณ์หรือความขัดแย้งระหว่างการเล่น เด็กจะได้ร่วมกันคิดหาวิธีแก้ไข ทดลองแนวทางต่าง ๆ และตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสม ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิด การตัดสินใจ และการปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ การเล่นอย่างอิสระ (Free play) และ การเล่นแบบลูสพาร์ท (Loose Part Play) ก็ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมทักษะการคิดและจินตนาการของเด็กปฐมวัย

การเล่นอย่างอิสระ (Free play) หมายถึงการเปิดโอกาสให้เด็กเล่นตามความสนใจและความต้องการของตนเอง โดยปราศจากเงื่อนไข มุมมอง หรือข้อกำหนดของผู้ใหญ่ ทั้งนี้ การเล่นดังกล่าวมิได้มุ่งหวังผลลัพธ์เฉพาะด้าน หากมุ่งเน้นความสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นสำคัญ (กลุ่มไม้ขีดไฟ, มปป.)

ซาเซีย ซามาน (Syeda Sazia Zaman) ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย ให้สัมภาษณ์ไว้ในบทความบนเว็บไซต์ของยูนิเซฟ (UNICEF) ว่า การเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นคนเดียวหรือเล่นอย่างอิสระมีส่วนช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการคิด การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนั้น การเล่นอย่างอิสระจึงนับเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมทักษะการคิดของเด็ก

สำหรับการเล่นแบบลูสพาร์ท (Loose Part Play) นั้น คือ รูปแบบการเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้วัสดุหรือชิ้นส่วนที่สามารถเคลื่อนย้าย ถอดประกอบ และดัดแปลงได้อย่างอิสระ โดยไม่กำหนดรูปแบบหรือวิธีการเล่นไว้ล่วงหน้า วัสดุที่นำมาใช้ในการเล่นอาจเป็นสิ่งของจากธรรมชาติ ของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือวัสดุเหลือใช้ เช่น ก้อนหิน ใบไม้ เศษไม้ เครื่องครัว เก้าอี้ ดิน หรือทราย การเล่นในลักษณะนี้ช่วยส่งเสริมจินตนาการของเด็กและทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากเด็กต้องนำประสบการณ์เดิมมาคิดเชื่อมโยง วางแผน และตัดสินใจเลือกใช้วัสดุ รวมถึงกำหนดวิธีการนำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบกันให้เกิดเป็นของเล่นหรือชิ้นงานตามจินตนาการของตนเอง

นอกจากนี้ เด็กยังได้ฝึกทักษะการคิดแก้ปัญหาเมื่อเผชิญกับข้อจำกัดที่เกิดขึ้นระหว่างการเล่น เช่น วัสดุมีขนาด รูปร่าง หรือความยาวไม่เหมาะสม ชิ้นส่วนที่นำมาประกอบกันไม่มั่นคง ล้มหรือหลุดง่าย เด็กจึงต้องคิดหาวิธีปรับเปลี่ยนแนวทาง ทดลองวิธีการใหม่ และตัดสินใจแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ช่วยให้เด็กได้พัฒนาการยืดหยุ่นทางความคิดได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ได้จากหนังสือ แนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางผ่าน “กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม” ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเล่นอย่างอิสระได้จาก คู่มือการเล่นอิสระ ซึ่งจัดทำโดยกลุ่มไม้ขีดไฟ ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเล่นแบบลูสพาร์ท (Loose Part Play) ได้จาก คู่มือการเล่นลูสพาร์ท : ชิ้นส่วนเคลื่อนย้ายได้ ซึ่งจัดพิมพ์และเผยแพร่โดย มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.)

2. ส่งเสริมให้เด็กแก้ปัญหาด้วยตนเองในชีวิตประจำวัน

การส่งเสริมให้เด็กได้แก้ปัญหาด้วยตนเองในชีวิตประจำวันถือเป็นการพัฒนาทักษะการคิดของเด็กปฐมวัย เมื่อเด็กสามารถจัดการหรือแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง จะช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ เช่น การคิดแก้ปัญหา การตัดสินใจ และความรับผิดชอบ

ครู/ผู้ดูแลเด็กควรมีบทบาทในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติและฝึกแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันด้วยตนเอง โดยทำหน้าที่ชี้แนะและให้คำแนะนำอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาแทนเด็กทั้งหมด ทั้งนี้ ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ตั้งคำถาม และตัดสินใจด้วยตนเอง พร้อมทั้งให้กำลังใจและสะท้อนให้เห็นผลของการตัดสินใจที่เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

นอกจากนี้ ครู/ผู้ดูแลเด็กควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดในการแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ทดลองแนวทางใหม่ ๆ และปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เด็กกล้าคิด กล้าลอง และคิดนอกกรอบ ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตของเด็กในระยะต่อไป

3.  สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ

การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิด การลงมือปฏิบัติ และการทดลองแนวทางใหม่ ๆ โดยไม่กังวลต่อความผิดพลาด จะช่วยให้เด็กเกิดความมั่นใจในตนเอง และเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงได้อย่างเต็มที่ บรรยากาศการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและปลอดภัยยังช่วยส่งเสริมให้เด็กกล้าแสดงความคิดเห็น ทดลอง และแสดงออกอย่างเหมาะสมตามวัย ด้วยเหตุนี้ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนับสนุนให้เด็กกล้าคิด กล้าลงมือทำ และกล้าแสดงออก โดยสามารถดำเนินการผ่านแนวทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

3.1 สร้างความรู้สึกอบอุ่นและความปลอดภัยทางจิตใจ

ครู/ผู้ดูแลเด็กควรมีท่าทีที่เป็นมิตร เอื้ออาทร และแสดงออกถึงการเคารพในความคิดของเด็ก โดยใช้คำพูดและคำถามที่ช่วยกระตุ้นการคิด เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ยอมรับความแตกต่างทางความคิดและผลงานของเด็กแต่ละคน โดยไม่เปรียบเทียบ ไม่ตีค่า หรือไม่ตัดสินผลงานของเด็ก ซึ่งจะช่วยให้เด็กเกิดความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ กล้าแสดงออก กล้าลองสิ่งใหม่ ๆ และมีความมั่นใจในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

3.2 จัดสื่อ/อุปกรณ์ที่เอื้อต่อการส่งเสริมทักษะการคิดและจินตนาการ

สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรจัดสภาพแวดล้อม สื่อ/อุปกรณ์ที่เอื้อต่อการส่งเสริมทักษะการคิดและจินตนาการของเด็ก โดยอาจจัดพื้นที่การเรียนรู้ในรูปแบบของมุมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น

  • มุมหนังสือ ให้เด็กเลือกอ่านหนังสือได้อย่างอิสระ ช่วยส่งเสริมจินตนาการผ่านการรับรู้เรื่องราว ภาพ และเนื้อหาที่หลากหลาย ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์จากการสังเกต เปรียบเทียบ การตั้งคำถาม และการเชื่อมโยงเรื่องราวที่อ่านกับประสบการณ์ของตนเอง
  • มุมบล็อก ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการต่อบล็อกเป็นรูปแบบหรือสิ่งต่าง ๆ ตามจินตนาการ ช่วยพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาเมื่อบล็อกล้มหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
  • มุมทดลองวิทยาศาสตร์ ช่วยส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ฝึกพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล เปรียบเทียบ และประเมินผลจากการทดลองแต่ละครั้ง ช่วยกระตุ้นให้เด็กรู้จักคิดอย่างรอบคอบ กล้าตั้งข้อสงสัย และใช้ข้อมูลจากประสบการณ์จริงมาประกอบการตัดสินใจ  

ครู/ผู้ดูแลควรส่งเสริมให้เด็กสามารถเข้าถึงและเลือกใช้สื่อ/อุปกรณ์ได้ด้วยตนเอง โดยไม่กำหนดวิธีการใช้อย่างตายตัว เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาทักษะการคิดและจินตนาการผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาแนวทางการจัดพื้นที่การเรียนรู้ได้จากบทความเรื่อง การจัดพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ได้ทางเว็บไซต์ 366 Q-Kids

3.3 จัดพื้นที่สำหรับนำเสนอและจัดแสดงผลงานของเด็ก

สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรจัดให้มีพื้นที่สำหรับการนำเสนอและจัดแสดงผลงานของเด็ก โดยอาจจัดเป็นมุมหรือพื้นที่เฉพาะภายในห้องเรียนหรือบริเวณส่วนกลางของสถานศึกษา พื้นที่ดังกล่าวควรมีลักษณะเปิดกว้าง เข้าถึงได้ง่าย และจัดในระดับสายตาของเด็ก เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กมองเห็นผลงานของตนเองและผลงานของเพื่อนได้อย่างทั่วถึง

การมีพื้นที่สำหรับการนำเสนอและจัดแสดงผลงานจะช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง ความมั่นใจ และแรงจูงใจในการเรียนรู้ อีกทั้งยังเป็นแรงกระตุ้นให้เด็กกล้าคิด กล้าลงมือทำ และกล้าแสดงออก เด็กจะรับรู้ว่าผลงานและความคิดของตนมีคุณค่าและได้รับการยอมรับ ขณะเดียวกัน การได้ชมผลงานของเพื่อนช่วยส่งเสริมการยอมรับความแตกต่าง การเคารพความคิดเห็นที่หลากหลาย และการพัฒนาทักษะทางสังคมควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนรู้ อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน

จากเนื้อหาที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า การส่งเสริมทักษะการคิดและจินตนาการของเด็กปฐมวัยเป็นกลไกสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตของเด็ก ดังนั้น สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงควรกำหนดให้การส่งเสริมทักษะการคิดและจินตนาการเป็นแนวทางสำคัญในการจัดการศึกษา และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็กให้เติบโตอย่างรอบด้านทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และบุคลิกภาพ

เอกสารอ้างอิง:

กรภัสสร อินทรบำรุง. (ม.ป.ป.). ความคิดสร้างสรรค์ : ส่งเสริมอย่างไรในวัยอนุบาล (Creative Thinking: How to Promote Early Childhood). SUEDU Journal. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/download/223331/165159

ประสิทธิรักษ์ เจริญผล. (2547). ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ต่อเติมด้วยลายเส้น. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ทิศนา แขมมณี. (ม.ป.ป.). การคิด. หอสมุดคุรุสภา. https://elibrary.ksp.or.th/index.php?lvl=cmspage&pageid=4&id_article=178

เทเรซ่า เคซีย์ และ จูเลียต โรเบิร์ตสัน. (ม.ป.ป.). คู่มือการเล่นลูสพาร์ท : ชิ้นส่วนเคลื่อนย้ายได้. มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.).

ศิริธร สุตตานนท์. (2566). นวัตกรตัวน้อย: ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์อย่างไรในวัยอนุบาล. วารสารชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู, 3(1), 1–15.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). แนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการ เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางผ่าน “กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม”. สำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. กลุ่มไม้ขีดไฟ. (2564). คู่มือการเล่นอิสระ. Rabbit4print.com.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ.บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

UNICEF. (n.d.). What is free play and why should you encourage it at home?. UNICEF. https://www.unicef.org/parenting/child-care/what-is-free-play

ศิริธร สุตตานนท นวัตกรตัวน้อย: ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์อย่างไรในวัยอนุบาล วารสารชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2566) หน้า 1 – 15 https://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/364-file.pdf

เรื่องที่คุณอาจสนใจ