
ในช่วงที่เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเผชิญทั้งความเสี่ยงจากการจมน้ำ กระแสไฟฟ้า น้ำและอาหารปนเปื้อน การติดเชื้อ รวมถึงความเครียดและความกลัวจากสถานการณ์น้ำท่วม ผู้ปกครองจึงควรเตรียมพร้อมและดูแลเด็กอย่างเหมาะสม โดยมี 10 ข้อควรรู้สำหรับการดูแลเด็กช่วงน้ำท่วม ดังนี้
1. ห้ามเด็กเล่นน้ำท่วม: น้ำท่วมอาจมีกระแสไฟฟ้า หลุม ฝาท่อ ของมีคม หรือเชื้อโรคปนเปื้อน จึงไม่ควรปล่อยให้เด็กเดิน ลุย หรือเล่นในน้ำท่วม แม้จะเป็นบริเวณที่มีน้ำไม่ลึกก็ตาม
2. ระวัง “จมน้ำ” เป็นพิเศษ: เด็กเล็กอาจจมน้ำได้แม้อยู่ในบริเวณที่มีน้ำไม่ลึก และอาจเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว ผู้ดูแลควรอยู่ใกล้เด็กและมองเห็นเด็กตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยเด็กอยู่ใกล้แหล่งน้ำตามลำพัง
3. น้ำท่วม “ห้ามดื่ม”: ควรใช้น้ำสะอาดสำหรับดื่มและประกอบอาหารเท่านั้น ไม่ควรนำน้ำท่วมมาใช้บริโภคหรือแปรงฟัน หากไม่มั่นใจในความสะอาด ควรเลือกใช้น้ำดื่มบรรจุขวดหรือใช้น้ำที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพอย่างเหมาะสม
4. รับประทานอาหาร “สุก ร้อน สะอาด”: อาหารที่สัมผัสน้ำท่วมหรือสงสัยว่าปนเปื้อนควรทิ้งทันที ไม่ควรนำมารับประทานหรือให้เด็กบริโภค เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำปนเปื้อน
5. ล้างมือบ่อย ๆ: ควรให้เด็กล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังสัมผัสน้ำท่วมหรือสิ่งของที่อาจปนเปื้อน หากไม่มีน้ำและสบู่ สามารถใช้เจลแอลกอฮอล์ตามความเหมาะสม
6. ดูแลบาดแผลให้สะอาดและปิดมิดชิด: หากเด็กมีบาดแผล ควรทำความสะอาดและปิดแผลให้เรียบร้อย หลีกเลี่ยงการให้บาดแผลสัมผัสน้ำท่วม หากแผลบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีอาการผิดปกติ ควรพาเด็กพบแพทย์
7. ป้องกันยุงและสัตว์มีพิษ: ควรให้เด็กสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด ใช้ยากันยุงตามวัยและคำแนะนำ และตรวจสอบรองเท้า เสื้อผ้า รวมถึงบริเวณที่เด็กจะนั่งหรือนอนก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันยุงและสัตว์มีพิษที่อาจเข้ามาหลบซ่อนในช่วงน้ำท่วม
8. ให้นมแม่ตามปกติ: สำหรับทารก ควรให้มารดาให้นมแม่อย่างต่อเนื่องตามปกติ หากมีการใช้นมผง ควรใส่ใจเป็นพิเศษเรื่องความสะอาดของน้ำ อุปกรณ์ และภาชนะที่ใช้ชงนม
9. ดูแล “ใจ” ของเด็กด้วย: สถานการณ์น้ำท่วมอาจทำให้เด็กเกิดความกลัว ตกใจ ร้องไห้ หรือมีปัญหาการนอน ผู้ปกครองควรอยู่ใกล้ชิด พูดคุย ปลอบโยน ให้ความมั่นใจ และเปิดโอกาสให้เด็กแสดงความรู้สึก เพื่อช่วยลดความวิตกกังวล
10. รู้สัญญาณอันตราย รีบพบแพทย์: ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบว่าเด็ก ซึม หายใจลำบาก ชัก อาเจียนหรือถ่ายมาก ดื่มนมหรือดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย กระสับกระส่ายผิดปกติ หรือมีอาการรุนแรงอื่น ๆ ควรรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลทันที
การดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้น จะช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยในช่วงน้ำท่วมได้ หากเด็กมีอาการผิดปกติหรือมีสัญญาณอันตราย ควรรีบพาไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด
เอกสารอ้างอิง:
กรมการแพทย์. (2569). หมอเด็กห่วงใย เด็กป่วยในช่วงฝนตกหนัก เสี่ยงติดเชื้อ.https://www.facebook.com/share/p/1DpcgKjQVM/