Skip to content

การจัดพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย

การออกแบบ “พื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้” ให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ถือเป็นสิ่งสำคัญในการในการส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา พื้นที่ที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ สะอาด ปลอดภัย และมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จะช่วยให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก ฝึกการควบคุมอารมณ์ เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นผ่านการเล่นและปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน รวมทั้งพัฒนาทักษะการคิด การสำรวจ และการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม

ดังนั้น การดำเนินการจัดพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงควรยึดแนวทางตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

การจัดพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้ให้เหมาะสมตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้ไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็กและบริบทของสังคมไทย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. การจัดให้มีพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้อย่างน้อย 4 มุม

สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรจัดให้มีพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้อย่างน้อย 4 มุมขึ้นไป เพื่อให้เด็กได้เลือกทำกิจกรรมตามความสนใจและพัฒนาทักษะได้อย่างรอบด้าน เช่น

1.1 มุมบล็อก เป็นมุมสำหรับจัดเก็บบล็อกไม้ที่มีขนาดและรูปทรงแตกต่างกัน เพื่อให้เด็กนำมาเล่นประกอบกันตามจินตนาการ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการคิดเชิงตรรกะและการแก้ปัญหา มุมบล็อกนี้ควรจัดให้อยู่ห่างจากทางเดินหรือประตู เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากการเดินสะดุดหรือเหยียบไม้บล็อก และควรอยู่ห่างจากมุมที่ต้องการความสงบ เช่น มุมหนังสือ เพราะเสียงจากการเล่นอาจรบกวนสมาธิได้ การจัดเก็บไม้บล็อก ควรจัดวางไว้ในระดับที่เด็กสามารถหยิบมาเล่นหรือเก็บได้ด้วยตนเอง โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ และทำภาพสัญลักษณ์รูปร่างของไม้บล็อกติดไว้ที่กล่องเพื่อให้เด็กเข้าใจได้ง่าย

1.2 มุมหนังสือ มุมหนังสือในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรมีหนังสือหลากหลายประเภทและเหมาะสมกับวัยของเด็ก โดยคำนึงถึงพัฒนาการของเด็ก หรือประเด็นที่สอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมุมหนังสือนี้ควรจัดให้อยู่ในบริเวณที่สงบ เหมาะสมกับการอ่าน และทำกิจกรรมเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด คู่มือคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย ซึ่งเรียบเรียงโดย ระพีพรรณ พัฒนาเวช และคณะทำงานห้องสมุดไทยคิด ได้จากเว็บไซต์ของห้องสมุด TK Park เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกหนังสือให้เหมาะสมต่อไป

1.3 มุมบทบาทสมมติ มุมบทบาทสมมติเป็นมุมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ และภาษา ผ่านการเล่นสมมติสถานการณ์ต่าง ๆ ตามจินตนาการของเด็ก เช่น การเล่นสมมติเป็นพ่อ แม่ หมอ หรือพ่อค้า แม่ค้า โดยสามารถจัดเป็นพื้นที่จำลองได้หลากหลายลักษณะ เช่น

  • มุมบ้าน เป็นพื้นที่จำลองบรรยากาศภายในบ้าน เพื่อให้เด็กได้สวมบทบาทสมาชิกในครอบครัว และฝึกทักษะการดูแลตนเองและผู้อื่น สามารถจัดของเล่นจำลองประเภทเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ชุดเครื่องครัว เตา กระทะ เขียง มีดพลาสติก โต๊ะเครื่องแป้ง หวี กระจก รวมถึงเครื่องเล่นตุ๊กตา เสื้อผ้าตุ๊กตา เตียงตุ๊กตา และเครื่องแต่งกายสำหรับเล่นบทบาทอาชีพต่าง ๆ เช่น ทหาร ตำรวจ มุมนี้ช่วยให้เด็กได้ฝึกทักษะการสื่อสาร การแบ่งปัน การทำงานร่วมกัน และการแสดงบทบาทตามประสบการณ์ชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ
  • มุมโรงพยาบาล เป็นพื้นที่จำลองสถานพยาบาลเพื่อให้เด็กได้สวมบทบาทเป็นแพทย์ พยาบาล หรือผู้ป่วย ช่วยส่งเสริมทักษะการดูแลผู้อื่น ความเห็นอกเห็นใจ และการสื่อสารเชิงบวก อาจจัดของเล่นจำลองประเภทเครื่องมือแพทย์ เช่น หูฟัง เข็มฉีดยา ปรอทวัดไข้ เครื่องชั่งน้ำหนัก ที่วัดส่วนสูง รวมถึงอุปกรณ์สำหรับเลียนแบบการบันทึกข้อมูลผู้ป่วย เช่น กระดาษแบบฟอร์มและดินสอ เด็กจะได้ฝึกการสังเกต การตั้งคำถาม และการแก้ปัญหาเบื้องต้นผ่านสถานการณ์สมมติ
  • มุมร้านค้า เป็นพื้นที่จำลองการซื้อขายสินค้า เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ การสื่อสาร และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน สามารถจัดอุปกรณ์จำลอง เช่น ผักและผลไม้พลาสติก เครื่องคิดเลข ลูกคิด ธนบัตรและเหรียญจำลอง ป้ายชื่อร้าน และป้ายบอกชนิดสินค้า มุมนี้ช่วยให้เด็กได้ฝึกการแลกเปลี่ยน การรอคอย การใช้ภาษาสื่อสาร รวมทั้งการจัดหมวดหมู่สิ่งของตามลักษณะต่าง ๆ

การจัดมุมบทบาทสมมติ ควรคัดเลือกอุปกรณ์ที่ปลอดภัย เหมาะสมกับวัย และสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น พร้อมทั้งดูแลรักษาความสะอาด ความเรียบร้อย และความพร้อมของอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอาจจัดมุมบทบาทสมมติอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม เช่น มุมโรงแรม มุมร้านอาหาร มุมไปรษณีย์ มุมสถานีดับเพลิง หรือมุมสวนผัก เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้และสวมบทบาทอาชีพที่หลากหลายยิ่งขึ้น

1.4 มุมเกมการศึกษา

มุมเกมการศึกษาเป็นมุมที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านการคิด การแก้ปัญหา และความร่วมมือผ่านเกมต่าง ๆ เช่น เกมจับคู่ เกมต่อภาพ เกมเรียงลำดับ โดยเด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้ ผู้ดูแลสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรจัดสรรอุปกรณ์เกมการศึกษาที่เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก โดยคำนึงถึงพัฒนาการของเด็ก และความสะอาดปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญ

นอกจากนี้ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอาจเพิ่มพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้อื่น ๆ เช่น มุมวิทยาศาสตร์ มุมศิลปะ มุมดนตรี หรือมุมธรรมชาติ เพื่อขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

2. การจัดสื่อและอุปกรณ์อย่างหลากหลาย เพียงพอต่อจำนวนเด็ก

พื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรมีสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในทุกด้าน และตอบสนองต่อความสนใจที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน สื่อและอุปกรณ์ที่เลือกใช้ควรมีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยควรจัดให้มีทั้งสื่อประเภทสองมิติและสามมิติ เช่น ของเล่น ภาพถ่าย ไม้บล็อก เครื่องเขียน หนังสือภาพ และเกมการศึกษา นอกจากนี้ สื่อและอุปกรณ์ควรมีจำนวนเพียงพอต่อจำนวนเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมอย่างทั่วถึง และช่วยให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น รวมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข

 ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการเลือกสื่อที่เหมาะสมกับพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยได้จาก คู่มือแนวทางการจัดทําหลักสูตรของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

3. การปรับเปลี่ยนสื่อและอุปกรณ์ให้น่าสนใจ สอดคล้องกับบริบททางสังคม วัฒนธรรม และหน่วยการเรียนรู้

การปรับเปลี่ยนสื่อและอุปกรณ์ภายในพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้สามารถช่วยกระตุ้นความสนใจของเด็ก รวมทั้งช่วยให้การเรียนรู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีชีวิตชีวา ทั้งนี้ ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของเด็กในแต่ละพื้นที่ เช่น การนำวัสดุธรรมชาติหรือของพื้นบ้านมาใช้ประกอบกิจกรรม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เด็กเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงความเชื่อมโยงกับหน่วยการเรียนรู้ เช่น เลือกใช้สื่อที่เกี่ยวข้องกับการแยกขยะ โดยจัดไว้ในมุมเกมการศึกษา หรือมุมบทบาทสมมติที่จำลองร้านค้าและการคัดแยกวัสดุรีไซเคิล เพื่อให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้เกี่ยวกับ “สิ่งแวดล้อม” การปรับเปลี่ยนเช่นนี้จะช่วยให้กิจกรรมการเรียนรู้มีความหลากหลาย ทันสมัย และเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตจริงของเด็กได้มากยิ่งขึ้น

4. ส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้ทำกิจกรรมในทุกพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้อย่างหมุนเวียน

ผู้ดูแลสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและครูในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรวางระบบการจัดกิจกรรมให้เด็กได้หมุนเวียนทำกิจกรรมในทุกพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย และพัฒนาทักษะได้ครบทุกด้าน ทั้งด้านภาษา การคิดเชิงตรรกะ ความคิดสร้างสรรค์ การเข้าสังคม และการแก้ปัญหา เป็นต้น การหมุนเวียนเช่นนี้ช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงมุมที่ตนเองชอบเท่านั้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมและประเมินพัฒนาการของเด็กแต่ละคนได้อย่างรอบด้านมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับความสนใจและศักยภาพของเด็กแต่ละคนต่อไป

5. การสังเกต บันทึก และนำผลประเมินไปใช้ปรับปรุง

การสังเกตและบันทึกการใช้งานพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้เป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินประสิทธิภาพของการจัดพื้นที่ เพราะช่วยให้ครูเข้าใจว่าแต่ละมุมสามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้มากน้อยเพียงใด การสังเกตควรดำเนินไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยบันทึกข้อมูล เช่น ความถี่ที่เด็กเข้ามาใช้พื้นที่ ระยะเวลาในการใช้งาน ความเหมาะสมของอุปกรณ์ ความสะดวกในการเข้าถึง ความปลอดภัย ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างใช้งาน รวมถึงความสอดคล้องของกิจกรรมกับเป้าหมายการเรียนรู้ของมุมนั้น ๆ

ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตจะช่วยให้ครูวิเคราะห์จุดแข็ง จุดที่ควรปรับปรุง และความต้องการเพิ่มเติม เช่น อุปกรณ์ไม่เพียงพอ พื้นที่แออัด สื่อไม่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ หรือเด็กใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่าต่อเวลาและเป้าหมาย เมื่อประเมินแล้วสามารถนำข้อมูลไปปรับปรุงให้ตอบโจทย์การเรียนรู้มากยิ่งขึ้น การบันทึกผลประเมินอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยสามารถรักษาคุณภาพพื้นที่การเรียนรู้ให้เหมาะสม ทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการสื่อสารกับผู้ปกครองและในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในระยะยาวอีกด้วย

การจัดพื้นที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้ภายในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามมาตรฐานแห่งชาติ เป็นกระบวนการทางการศึกษาที่ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน การจัดมุมต่าง ๆ ให้มีความหลากหลาย ปลอดภัย และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเด็ก ช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ฝึกคิด แก้ปัญหา และสื่อสารกับผู้อื่นอย่างมีความหมาย ขณะเดียวกัน การหมุนเวียนกิจกรรม การปรับเปลี่ยนสื่อให้เหมาะกับหน่วยการเรียนรู้ และการสังเกตพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นกลไกที่ช่วยให้ครูเข้าใจเด็กมากขึ้น และสามารถจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ตอบสนองต่อศักยภาพเฉพาะของเด็กแต่ละคนได้อย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง:

กองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น. (2560). คู่มือแนวทางการจัดทำหลักสูตรของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด

ระพีพรรณ พัฒนาเวช และคณะทำงานห้องสมุดไทย. (ม.ป.ป.). คู่มือคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย. TKPark. https://www.tkpark.or.th/stocks/extra/000597.pdf

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ.บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 สำหรับเด็กอายุ 3–6 ปี. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ