Skip to content

นวัตกรรมปฐมวัยเริ่มต้นที่ห้องเรียน: การสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเด็กอย่างเป็นระบบ

ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย ครูย่อมเผชิญกับปัญหาที่หลากหลายทั้งปัญหาทางด้านพัฒนาการและการเรียนรู้ ปัญหาด้านพฤติกรรม ตลอดจนปัญหาอื่น ๆ ส่งผลให้การพัฒนาเด็กยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบเพื่อให้การจัดการเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพและตอบสนองต่อผู้เรียนได้อย่างแท้จริง  การวิจัยในชั้นเรียนจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ครูสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีแบบแผน “การสร้างหรือนำนวัตกรรมมาใช้” ถือเป็นกระบวนการสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียนที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ 

ก่อนที่ครูจะสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเด็กอย่างเป็นระบบนั้น ครูจำเป็นต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับ “นวัตกรรม” อย่างชัดเจน ทั้งในด้านความหมาย องค์ประกอบที่ใช้พิจารณาความเป็นนวัตกรรม ประเภทของนวัตกรรม ลักษณะของนวัตกรรมที่เหมาะสม ตลอดจนวิธีการสร้างนวัตกรรม เพื่อให้สามารถพัฒนาและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

นวัตกรรมทางการศึกษาคืออะไร

พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2555 (2555, น. 287) ได้ให้ความหมายของนวัตกรรมว่า หมายถึง สิ่งที่ทำขึ้นใหม่หรือพัฒนาขึ้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปความคิด วิธีการ การกระทำ หรือสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ โดยสิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งที่ใหม่ทั้งหมด หรือใหม่เพียงบางส่วน และอาจใหม่ในบริบทใดบริบทหนึ่ง หรือในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปนวัตกรรมเป็นสิ่งใหม่ที่กำลังอยู่ในกระบวนการ พิสูจน์ ทดสอบ หรือได้มีการยอมรับนำไปใช้บ้างแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายหรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบปรกติ 

ส่วนนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน หรือ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ นั้นพิชิต ฤทธิ์จำรูญ (2566, น.101) ได้ให้ความหมายว่า หมายถึง รูปแบบ วิธีการ กระบวนการ เทคนิค สื่อและแหล่งเรียนรู้ที่ได้มีการศึกษาและพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ครูนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยอาจเป็นสิ่งใหม่ที่ได้รับการยอมรับและนำไปใช้บ้างแล้วแต่ยังไม่แพร่หลาย ซึ่งสรุปความหมายได้ดังภาพที่ 1 

ภาพที่ 1 ความหมายของนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 

(พิชิต ฤทธิ์จำรูญ, 2566, น.101)

นอกจากนี้คำว่า “นวัตกรรม” ยังมีความใกล้เคียงกับ “สื่อและเทคโนโลยี” แต่แตกต่างกันในประเด็นด้านความใหม่ ซึ่งอาจเป็นสิ่งใหม่ทั้งหมดหรือใหม่เพียงบางส่วน ทั้งนี้ อาจทำให้เกิดความสับสนว่าลักษณะใดจึงจะเรียกว่า “ใหม่” ดังนั้น ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ และวัฒนา มัคคสมัน (2561) จึงได้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง “นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย” และ “สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัย” เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยพิจารณาในประเด็นด้านประเภทและการนำไปใช้ ดังนี้

นอกจากนี้นวัตกรรมกับสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัย มีความสัมพันธ์กัน 2 ประการ คือ นวัตกรรมเป็นจุดเริ่มต้นของสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัย โดยเมื่อมีการนำนวัตกรรมทางการศึกษามาใช้ มีการเผยแพร่นวัตกรรมนั้นจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และนำมาใช้เป็นปกติแล้ว นวัตกรรมนั้นก็จะกลายเป็นสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัย และ สื่อ และเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัยก่อให้เกิดนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย เมื่อมีการใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัยไปนาน ๆ จนผู้ใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัยเกิดความคุ้นเคยจนสามารถมองเห็นช่องทางที่จะพัฒนาต่อยอด ทำให้มีการดัดแปลง ปรับปรุง หรือสร้างสิ่งใหม่ให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยขึ้นใหม่ กล่าวได้ว่า “สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัยก่อให้เกิดนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย” ดังแสดงลักษณะของความสัมพันธ์ในภาพที่ 2

ภาพที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมกับสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาปฐมวัย (ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ และวัฒนา มัคคสมัน, 2561)

องค์ประกอบที่ใช้พิจารณาความเป็นนวัตกรรม 

ในการที่จะพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นนวัตกรรมหรือไม่นั้น มีเกณฑ์การพิจารณานวัตกรรม ดังนี้ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์ และวาสนา ทวีกุลทรัพย์, 2548; ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ และวัฒนา มัคคสมัน, 2561) 

1. จะต้องเป็นสิ่งใหม่ จะใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ อาจเป็นของเก่าใช้ไม่ได้ผลในอดีต แต่นำมาปรับปรุงใหม่ หรือเป็นของปัจจุบันที่ทำการปรับปรุงให้ดีขึ้น 

2. มีการนำวิธีการจัดระบบมาใช้ โดยพิจารณาและกำหนดองค์ประกอบทั้งส่วนข้อมูลที่ใส่เข้าไป กระบวนการ และผลลัพธ์ และมีการกำหนดขั้นตอนการดำเนินการให้เหมาะสมก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลง

3. มีการพิสูจน์ด้วยการวิจัยหรืออยู่ระหว่างการวิจัย ว่า “สิ่งใหม่” นั้นจะช่วยให้การแก้ปัญหา และการดำเนินงานบางอย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม

4. ยังไม่เป็นส่วนหนึ่งของงานปัจจุบัน กล่าวคือ ยังอยู่ระหว่างการเผยแพร่ หาก “สิ่งใหม่” นั้นเป็นที่ยอมรับจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานที่ดำเนินอยู่ ก็ไม่ถือว่าสิ่งใหม่นั้นเป็นนวัตกรรมต่อไป แต่จะเปลี่ยนสภาพเป็นสื่อและเทคโนโลยี

5. ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดทฤษฎี กล่าวคือ ในการพัฒนานวัตกรรมใด ๆ จะต้องมีแนวคิดทฤษฎีรองรับในการพัฒนานวัตกรรมนั้น ๆ 

ประโยชน์ของนวัตกรรมทางการศึกษา

การนำนวัตกรรมทางการศึกษาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้เกิดประโยชน์หลายประการ ดังนี้

  1. ช่วยแก้ปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรม
  2. ช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
  3. สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้
  4. ช่วยให้เด็กเข้าใจบทเรียนเป็นรูปธรรม
  5. สร้างบรรยากาศการเรียนให้สนุกสนาน
  6. ลดเวลาในการจัดการเรียนรู้
  7. ช่วยตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
  8. ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  9. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

ประเภทของนวัตกรรมทางการศึกษา

นวัตกรรมที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้มีหลายประเภท ซึ่งการแบ่งประเภทนั้นมีความแตกต่างกันตามเกณฑ์การแบ่ง ในที่นี้จะกล่าวถึงประเภทตามลักษณะของนวัตกรรม ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. ผลิตภัณฑ์ สิ่งประดิษฐ์ทางการศึกษา เป็นสื่อการจัดการเรียนรู้ หรือสิ่งประดิษฐ์ที่ครูใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ หรือให้ผู้เรียนศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น สไลม์ แผนภูมิ ชุดกิจกรรม หนังสือชุดฝึกอ่าน (basal reading book) สื่อฝึกทักษะ EF (Executive Function Materials) หนังสือปฏิสัมพันธ์ (Interactive Book) ชุดสื่อประสม เกม โปรแกรมสำเร็จรูป แอปพลิเคชันสำหรับเด็กปฐมวัย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ดูภาพเสมือนจริง บทเรียนสำเร็จรูป e-learning จอภาพอัจฉริยะแบบสัมผัส คอมพิวเตอร์แบบพกพา เป็นต้น

2. รูปแบบการสอน หรือวิธีการจัดการเรียนรู้ เป็นรูปแบบ กลวีธี หรือเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบต่าง ๆ ที่ครูนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เช่น การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การสอนแนวสมดุลภาษา (Balanced Literacy) การสอนภาษาโดยใช้ท่าทาง (Total Physical Response) การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน (Phenomenon-Based Learning) การจัดกิจกรรมส่งเสริม SEL (Social-Emotional Learning) สะเต็มศึกษา (STEM Education) สะตีมศึกษา (STEAM Education) โรงเรียนในป่า (Forest School) การเล่นแบบลูสพาร์ท (Loose parts play) การจัดการเรียนรู้โดยใช้ผังกราฟฟิก เทคนิคการปรับพฤติกรรมใหม่ ๆ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นต้น

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมมีลักษณะอย่างไร

การจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมมีลักษณะอย่างไรนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ดีจะสามารถแก้ปัญหาและส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การพิจารณาลักษณะของนวัตกรรมที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ เพื่อให้การนำไปใช้เกิดผลอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ซึ่งลักษณะของนวัตกรรมที่เหมาะสมมีดังนี้ (สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ, 2544, น. 36 – 37) 

1. สามารถนำมาแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอนได้ตรงตามประเด็นหรือจุดพัฒนาที่ครูผู้สอนกำหนดไว้

2. ใช้ง่าย ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพัฒนาทักษะหรือความรู้ใหม่เพื่อที่จะใช้นวัตกรรม

3. ประหยัด ราคาไม่แพง ดูแลรักษาง่าย

4. ไม่ขัดกับสภาพสังคม ค่านิยม ประเพณี วัฒนธรรมที่เป็นอยู่ในขณะนั้น

5. ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียนในทางบวก ในขณะเดียวกันสามารถแบ่งเบาภาระของผู้สอนได้ และทำให้เกิดพัฒนาการในตัวผู้เรียน

6. สามารถทดลองหรือทดสอบได้โดยไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน และไม่ใช้เวลามากนัก

7. คาดว่าน่าจะส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน มากกว่าวิธีการหรือสื่อที่ครูใช้อยู่เดิม

การคิดนวัตกรรมของครูเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้

ในการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยแนวคิดและกระบวนการคิดที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อให้สามารถออกแบบนวัตกรรมที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ครูควรมีวิธีคิดนวัตกรรม 9 ประการ ดังนี้ (พิสณุ ฟองศรี, 2551, น. 68)

1. ควรคิดนวัตกรรมที่ยังไม่เคยใช้สอน โดยเฉพาะครูที่เน้นการสอบแบบบรรยาย ควรใช้วิธีสอนแบบอื่น ๆ หรือใช้สื่อต่าง ๆ บ้าง

2. ควรคิดนวัตกรรมแปลกหรือแตกต่างจากครูคนอื่นที่สอนในระดับเดียวกัน เพื่อให้ผู้เรียนสนใจมากขึ้น

3. ถ้าเป็นไปได้ควรคิดนวัตกรรมที่สอดคล้องทั้งปัญหาและความสามารถในการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมของครู ถ้าได้เพียงอย่างเดียวให้เน้นความสอดคล้องกับปัญหาของผู้เรียน

4. สามารถนำนวัตกรรมของผู้อื่น มาปรับหรือพัฒนาให้เหมาะสมกับการสอนที่รับผิดชอบได้

5. ปัญหาของผู้เรียนต่างกัน ควรใช้นวัตกรรมต่างกัน

6. ปัญหาเดียวกันที่เคยใช้นวัตกรรมได้ผลมาแล้ว ควรลองคิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาอีกเพื่อสามารถเปรียบเทียบได้ มีความหลากหลาย และอาจได้ผลดีกว่าเดิม

7. ควรคิดนวัตกรรมที่กระตุ้นให้ผู้เรียนใฝ่รู้ มีส่วนร่วมในการแสวงหาความรู้ระหว่างผู้เรียนกับครู หรือมีแนวทางหาความรู้เพิ่มเติมได้

8. เมื่อคิดนวัตกรรมเดี่ยว ๆ ได้แล้ว ควรนำนวัตกรรมแต่ละชนิดมาผสมสานบูรณาการ เพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ต่างจากเดิม

9. คิดนวัตกรรมที่ทำให้ผู้เรียนมีความภูมิใจ รักท้องถิ่น ชุมชนของตน โดยใช้เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น ปรับเนื้อหาให้เกี่ยวกับบุคคลที่เคยสร้างชื่อเสียง หรือสถานที่สำคัญของท้องถิ่น เป็นต้น

การสร้างนวัตกรรมมีกระบวนการอย่างไร

กระบวนการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ มีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้ (เสกสรร อมาตย์มนตรี, 2561; พิชิต ฤทธิ์จำรูญ, 2566)

  1. การระบุปัญหา ในการพัฒนานวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยี ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่การมองเห็นปัญหาในเรื่องนั้นและมีความต้องการจะแก้ไขปัญหานั้นเพื่อให้เกิดสภาพการณ์หรือผลที่ดีขึ้น การแก้ไขปัญหาครูต้องศึกษาถึงต้นเหตุของปัญหาโดยการวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหรือที่ได้รับผลกระทบในเชิงลบ เช่น การเรียนรู้ของเด็กหรือพัฒนาการของเด็กภายในห้องเรียน ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ โดยครูต้องวิเคราะห์ว่าปัญหานี้เกิดขึ้นจากวิธีการจัดการเรียนรู้ของครูหรือเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล และปัญหานี้ส่งผลกระทบอย่างไร ต่อใคร ซึ่งการวิเคราะห์ปัญหานี้อาจจะทำโดยวิธีการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก การสะท้อน ทบทวนวิธีการจัดการเรียนรู้ หรือการดูแบบประเมินพฤติกรรม เป็นต้น
  2. การกำหนดจุดมุ่งหมาย เมื่อระบุปัญหาได้อย่างชัดเจนแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการกำหนดจุดมุ่งหมายในการพัฒนานวัตกรรมว่า นวัตกรรมที่จะพัฒนานั้นควรมีคุณสมบัติหรือประสิทธิภาพอย่างไรและเพียงใด เมื่อครูรู้ปัญหาชัดเจนแล้วจึงทำการกำหนดนวัตกรรมที่เหมาะสมกับปัญหาเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้ ครูต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ ในบริบทที่จะใช้นวัตกรรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนานวัตกรรมให้ใช้ได้จริง ไม่ซับซ้อนและยากจนเกินไป ใช้ง่าย ใช้สะดวก ไม่เสียค่าใช้จ่ายแพงจนเกินไป ไม่กระทบกระเทือนต่อบริบทเดิมมากนัก และเป็นนวัตกรรมที่ให้ผลในการแก้ปัญหาได้ชัดเจน
  3. การสร้างนวัตกรรม นวัตกรรมที่สร้างขึ้นอาจเป็นการนำของเก่ามาดัดแปลง หรือปรับปรุงเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาและทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรืออาจเป็นการคิดใหม่ทั้งหมดก็ได้ นวัตกรรมอาจอยู่ในรูปแบบต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหาและวัตถุประสงค์ของนวัตกรรมนั้น อาจจะมีลักษณะเป็นแนวคิด หลักการ แนวทาง ระบบ รูปแบบ วิธีการ กระบวนการทางเทคนิค ประดิษฐ์และเทคโนโลยี เช่น ชุดของเล่น เกมเพื่อการศึกษา ชุดกิจกรรม 
  4. การประเมินนวัตกรรมโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ในกระบวนการพัฒนานวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยีนั้นต้องมีการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิว่านวัตกรรมนั้นมีความถูกต้องเหมาะสม หรือสอดคล้องกับปัญหาการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ รวมทั้งวัยของผู้เรียนหรือไม่ หากผู้เชี่ยวชาญ เห็นว่าควรปรับปรุงแก้ไขส่วนใดก็ควรปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้นวัตกรรมมีคุณภาพยิ่งขึ้น 
  5. การทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพนวัตกรรม หลังจากนวัตกรรมผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว จะต้องนำนวัตกรรมไปทดลองใช้กับเด็กที่เรียนอยู่ในระดับเดียวชั้นกับเด็กในกลุ่มตัวอย่างที่จะนำนวัตกรรมไปใช้ เพื่อหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม รวมทั้งเป็นการตรวจสอบหาจุดอ่อนข้อบกพร่องและแนวทางแก้ไขนวัตกรรมที่สร้างขึ้นให้สมบูรณ์
  6. การรายงานผลการพัฒนานวัตกรรม เป็นการนำเสนอผลการพัฒนา นวัตกรรมไว้เป็นหลักฐานในการทำงานของครูว่านวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นและนำไปใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้นั้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่อย่างไร และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างไร ในขั้นนี้ต้องสรุปผลการพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ อาจจะอ้างอิงรูปแบบการรายงานผลการวิจัยโดยประเด็นสำคัญในการนำเสนอ คือ ชื่อเรื่อง ความสำคัญของปัญหา เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการทดลอง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลและการสรุปผล และการอภิปรายผล เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาในห้องเรียนปฐมวัย

ตัวอย่างการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับลักษณะของปัญหาการเรียนรู้ อาทิ

1. นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่แก้ปัญหาด้านพัฒนาการ เช่น

  • การใช้ชุดของเล่นจากวัสดุในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก
  • การใช้สื่อประสมตามแนวคิดพหุปัญญาแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงพยัญชนะไทย
  • การใช้ชุดกิจกรรมตามวิธีสอนแบบสืบเสาะเพื่อเตรียมความพร้อมทางวิทยาศาสตร์
  • การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านและแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์เพื่อพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์
  • การใช้เกมโค้ดดิ้งแบบไม่ใช้คอมพิวเตอร์ (Unplugged Coding) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์การใช้ชุดฝึกเพื่อพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF)

2. นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่แก้ปัญหาการเรียนรู้ เช่น

  • การใช้สื่อมัลติมีเดีย เพื่อกระตุ้นความสนใจ
  • การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยสัตว์เลี้ยงแสนรัก 
  • การใช้สื่อ AR (Augmented Reality) เพื่อช่วยให้เข้าใจเนื้อหาอย่างเป็นรูปธรรม
  • การใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) เพื่อช่วยจัดระบบความคิดและเชื่อมโยงความรู้
  • การใช้สื่อพหุสัมผัส (multisensory) เพื่อพัฒนาการรับรู้และสมาธิ

3. นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่แก้ปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น

  • การใช้การเสริมแรงเชิงบวกเพื่อเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์
  • การใช้สถานการณ์จำลองเพื่อฝึกการจัดการอารมณ์โกรธ
  • การใช้นิทานปฏิสัมพันธ์เพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าวการใช้สัญญาณเตือนเชิงบวก (Positive Cueing) เช่น เสียง เพลง หรือสัญลักษณ์ เพื่อช่วยในการเปลี่ยนกิจกรรม
  • การใช้กิจกรรมโยคะสำหรับเด็กเพื่อช่วยควบคุมอารมณ์และเพิ่มสมาธิ

สรุป

นวัตกรรมปฐมวัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาเด็กในห้องเรียนอย่างเป็นระบบ โดยครูมักเผชิญปัญหาด้านพัฒนาการ การเรียนรู้ และพฤติกรรม จึงต้องอาศัยการวิจัยในชั้นเรียนร่วมกับการสร้างหรือนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อพัฒนาเด็กให้บรรลุเป้าหมาย นวัตกรรมหมายถึงสิ่งใหม่หรือสิ่งที่พัฒนาขึ้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบสื่อ วิธีการ หรือกระบวนการที่ยังไม่แพร่หลาย นวัตกรรมที่ดีต้องมีความใหม่ มีระบบ มีทฤษฎีรองรับ และผ่านการพิสูจน์ว่าสามารถแก้ปัญหาได้จริง  นวัตกรรมแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ นวัตกรรมด้านสื่อ/สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมด้านรูปแบบการเรียนรู้ ซึ่งควรมีลักษณะใช้ง่าย เหมาะสมกับบริบท และแก้ปัญหาได้ตรงจุด การสร้างนวัตกรรมต้องเริ่มจากการระบุและวิเคราะห์ปัญหา กำหนดจุดมุ่งหมาย สร้างนวัตกรรม ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทดลองใช้ สรุปและรายงานผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถนำนวัตกรรมไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง:

จันทรา ด่านคงรักษ์. (2565). คู่มือการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ และวัฒนา มัคคสมัน. (2561). แนวคิดเกี่ยวกับนวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย. ใน เอกสารการสอนชุดวิชานวัตกรรมสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย. หน่วยที่ 1: 1 – 58, สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ประภาพรรณ เส็งวงศ์. (2553). การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยการวิจัยในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 4).
ดวงกมลสมัย.

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2566). เทคนิคการวิจัยในชั้นเรียน ปรับปรุงใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 2). เพชรเกษมการพิมพ์.

พิสณุ ฟองศรี. (2554). วิจัยในชั้นเรียน: หลักการและเทคนิคปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 9). ด่านสุทธาการพิมพ์.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. อรุณการพิมพ์.

สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ. (2544). คู่มือการฝึกอบรมการวิจัยในชั้นเรียน. เสมาธรรม.

เสกสรร อมาตย์มนตรี. (2561). การพัฒนานวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย. ใน เอกสารการสอนชุดวิชานวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย. หน่วยที่ 7: 1 – 38, สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ